ศาลเลื่อนตรวจหลักฐานม็อบ นปช. ชุมนุมขับไล่รัฐบาล “อภิสิทธิ์” ไปสิ้นเดือน ก.ค.นี้  นปช. ขอรวบรวมหลักฐานสู้คดี “เต้น” เผยอยู่ระหว่างขอความเป็นธรรมอัยการสูงสูดพิจารณาว่าฟ้องซ้ำหรือไม่ เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ห้องพิจารณาคดี 805 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีดำ อ.968/2561 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวีระกานต์ หรือ วีระ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.

นพ.เหวง โตจิราการ กับพวกรวม 10 คน เป็นจำเลย ฐานก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 31 ม.ค.-14 เม.ย.2552 กลุ่ม นปช.จัดการชุมนุมใหญ่ปราศรัยปลุกระดมยุยงขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เวทีสะพานชมัยมรุเชษฐ์ ข้างทำเนียบรัฐบาล และยังทำลายทรัพย์สินของทางราชการ, ยึดและเผารถโดยสารประจำทางในพื้นที่ กทม. นำรถบรรทุกแก๊สไปจอดไว้กลางถนนเพื่อข่มขู่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และประชาชนเดือดร้อนเสียหาย เหตุเกิดที่แขวง-เขตดุสิต, แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี, แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร และแขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.  โดยวันนี้จำเลยทุกคนเดินทางมาศาล รวมทั้งนายจตุพร จำเลยที่ 2 ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ฐานหมิ่นประมาท นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวจากเรือนจำมาร่วมฟังการพิจารณาเช่นกัน ทั้งนี้อัยการโจทก์แถลงเตรียมพยานบุคคลนำสืบจำนวน 134 ปาก พยานเอกสารอีก 143 ฉบับ ส่วนฝ่ายจำเลยแถลงจะนำพยานเข้าสืบ 120 ปาก 

ต่อมา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้เป็นตัวแทนจำเลยทั้ง 10 คน แถลงต่อศาลว่า อยากจะขอเลื่อนการตรวจพยานหลักฐานออกไปก่อน เนื่องจากคดีนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนานแล้วตั้งแต่ปี 2552 แต่อัยการเพิ่งฟ้องคดีเข้ามา พวกจำเลย และทนายความจึงขอเวลาในการจัดเตรียมพยานหลักฐานไว้ต่อสู้คดี ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อให้โอกาสจำเลยได้ต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรมและให้การพิจารณาคดีเป็นไปอย่างรวดเร็ว จึงให้เลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐานเป็นวันที่ 31 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น. พร้อมกำชับให้อัยการโจทก์และฝ่ายจำเลยดำเนินการจัดแบ่งกลุ่มพยานบุคคลไว้ให้เรียบร้อย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ภรรยาและลูกชายรวมทั้งบุคคลใกล้ชิดเกือบ 20 ราย ได้เดินทางมาให้กำลังใจนายจตุพร พรหมพันธุ์ รวมทั้งได้พูดคุยสอบถามความเป็นอยู่ของนายจตุพร ระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำ ซึ่งนายจตุพรมีใบหน้าท่าทางยิ้มแย้ม แต่น้ำหนักลดลงไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด  

อย่างไรก็ตามก่อนเข้าห้องพิจารณา นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า คดีนี้เป็นการชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภาเมื่อปี 2552 เวลาผ่านมานานพอสมควร เจ้าหน้าที่ตำรวจก็แจ้งข้อกล่าวหาจนมาถึงชั้นศาล พวกตนร้องขอความเป็นธรรมว่า หลายคนในคดีนี้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาซ้ำซ้อนกับกรณีชุมนุมที่พัทยา อย่างนายพายัพ ปั้นเกตุ แกนนำ นปช. ก็โดนคดีที่พัทยา ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุกอยู่ระหว่างประกันตัวสู้ชั้นฎีกา พวกตนก็ถูกแจ้งข้อหาทั้งกรณีกระทำในกรุงเทพฯ และพัทยาด้วย จึงทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมไปยังอัยการสูงสุดว่าเป็นการฟ้องซ้ำหรือไม่อย่างไร เรื่องก็ยังอยู่ในกระบวนการ ยังไม่ทราบข้อยุติ ซึ่งเราก็จะสู้กันไปตามกระบวนการ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews