ผู้หญิงอายุ 27 ปีขึ้นไป ควรฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกหรือไม่ ?
วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก… อนุมัติให้ใช้ในผู้หญิงอายุ 9-26 ปี
นับตั้งแต่กลางปี พ.ศ.2550 เป็นต้นมา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ได้อนุมัติให้วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกใช้ในผู้หญิงอายุ 9-26 ปี เพื่อป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูก

ทั้งนี้ อย. ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมว่า วัคซีนชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ประมาณร้อยละ 70 (ไม่สามารถครอบคลุมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์) ทั้งยังเสนอให้ผู้ที่ฉีดวัคซีนชนิดนี้แล้วก็ยังต้องได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำทุกปี (เหมือนกับผู้หญิงทั่วไปที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนชนิดนี้)
ทำไม อย. อนุมัติเฉพาะผู้หญิงอายุ 9-26 ปีเท่านั้น
เหตุผลสำคัญคือ “วัคซีนชนิดนี้ได้ผลดีและมีประโยชน์สูงสุดกับผู้ที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์” จึงได้ระบุอายุของผู้หญิงที่ควรได้รับวัคซีนว่า ควรมีอายุระหว่าง 9-26 ปี เพราะคาดคะเนว่าผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 9-26 ปี จะยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ เป็นหญิงบริสุทธิ์ (ซึ่งก็ไม่เป็นความจริงเสมอไปในโลกปัจจุบันที่การติดต่อสื่อสารรวดเร็ว และมีรายงานเป็นจำนวนมากระบุว่าปัจจุบันเด็กโตเป็นผู้ใหญ่เร็วขึ้น และตามมาด้วยการมีเพศสัมพันธ์กันเร็วขึ้น)
ในความเป็นจริงจึงนิยมให้เด็กหญิงอายุระหว่าง 9-13 ปี ได้รับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกชนิดนี้ เพราะยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์
จากหลักฐานทางการแพทย์ พบว่าต้นเหตุสำคัญของโรคมะเร็งปากมดลูกคือการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Human Papilloma Virus (HPV หรือเอชพีวี) ซึ่งติดต่อกันด้วยการมีเพศสัมพันธ์ แล้วมีการแลกเปลี่ยนถ่ายทอดเชื้อไวรัสชนิดนี้ต่อกัน ผู้ชายถ่ายทอดให้ผู้หญิง หรือผู้หญิงถ่ายทอดให้ผู้ชาย ถ่ายทอดกันไปมา เพียงแต่ในผู้ชายไม่มีการพัฒนาการติดเชื้อต่อไปจนเกิดความผิดปกติเป็นมะเร็งปากมดลูกได้เหมือนในผู้หญิง
ผู้หญิงเมื่อได้รับเชื้อไวรัสชนิดนี้แล้ว ประมาณร้อยละ 90 ของผู้หญิงที่ได้สัมผัสเชื้อไวรัสเอชพีวี จะสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาด้วยตนเอง แต่อีกประมาณร้อยละ 10 ที่ไม่สามารถสร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้ ทำให้มีการติดเชื้อต่อเนื่องและกลายเป็นเซลล์ผิดปกติ จนกระทั่งเป็นมะเร็งปากมดลูกในที่สุด
ดังนั้น ผู้ที่จะได้ประโยชน์สูงสุดจากการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก คือคนที่ยังไม่เคยได้รับเชื้อไวรัสเอชพีวี (เพราะถ้าเคยได้รับเชื้อแล้ว กว่าร้อยละ 90 จะมีภูมิต้านทานแล้ว) และก็คงหมายถึง คนที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์นั่นเอง///หมอชาวบ้าน